news

เคล็ดลับง่ายๆ ช่วยลด “ไขมันในเลือด” โดยไม่ต้องพึ่งยา

เห็นคนรูปร่างผอมบางไร้ไขมันส่วนเกินเดินมา อย่าคิดว่าเขาเหล่านั้นมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี กินเท่าไรก็ไม่อ้วนนะคะ จริงอยู่ว่าอาจจะยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่อ้วนจนมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน แต่การจะดูว่าเขาเหล่านั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ดีไหม ต้องดูผลหลังจากการตรวจสุขภาพเท่านั้น และก็เป็นไปตามคาดว่าหลายคนที่มีรูปร่างเอวบางร่างน้อย มักมาพร้อมกับคำเตือนขีดเส้นใต้สีแดงจากหมอว่า มี “ไขมันในเลือดสูงเกินไป” เพราะไขมันเหล่านี้ไม่ได้เป็นไขมันส่วนเกินมาเกาะอยู่ตามพุงตามต้นขา แต่มันอยู่ในกระแสเลือดภายในร่างกายที่เรามองไม่เห็นนั่นเอง และขอบอกว่าอันตรายกว่าไขมันตามพุงที่เรามองเห็นได้เสียอีก

เมื่อมันเป็นไขมันในเลือดที่มองไม่เห็น หากเราเลือกการลดการทานอาหารมันจนน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ สิ่งที่หายไปมันอาจจะเป็นแค่ไขมันส่วนเกินตามพุงตามก้นเท่านั้น ไขมันในเลือดอาจไม่ได้ลดลงอย่างที่ตั้งใจไว้ ดังนั้นการออกกำลังกายก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยลดไขมันในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ผู้อำนวยการ Bangkok Royal Life Anti-Aging Center โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า การออกกำลังกายให้ได้ผลในการลดไขมันในเลือด ไม่ใช่แค่เพียงการออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเดินนานๆ การเดินขึ้นลงบันไดบ้าน หรือในออฟฟิศ หรือการลุกขึ้นมาทำงานบ้านเบาๆ 2-3 อย่าง แต่การออกกำลังกายเพื่อลดไขมันในเลือด ต้องเลือกวิธีการออกกำลังกายประเภท คาร์ดิโอ

การออกกำลังกายแบบ คาร์ดิโอ คืออะไร?

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ กล่าวว่า คำจำกัดความง่ายๆ ของการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ คือ การออกกำลังกายที่ใช้เวลาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานระดับหนึ่ง โดยไม่มีการหยุดพัก ระยะเวลาที่เหมาะสม คือ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดเป็นเวลา 30 นาทีเป็นอย่างน้อย หากจะเลือกการเดิน การทำงานบ้าน หรือการเดินขึ้นลงบันได ก็ต้องทำอย่างนั้นติดต่อกันไปอย่างน้อย 30 นาทีโดยไม่หยุดนั่นเอง

ตัวอย่างของการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ชัดเจน คือ การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน การเดิน วิ่ง ตีแบด ตีปิงปอง ตีเทนนิส โดยจุดที่สำคัญคือ การออกกำลังกายแบบที่ไม่หักโหมมาก ใช้แรงพอประมาณ แต่ทำต่อเนื่องไม่หยุดนั่นเอง ดังนั้นหากจะปั่นจักรยาน หรือวิ่ง ควรเลือกความเร็วที่ต่ำ แต่ทำได้นาน มากกว่าการฝืนปั่น ฝืนวิ่งในระยะเร็ว แต่แป๊บเดียวไม่ถึง 5 นาที เป็นต้น

ซาวน่า สตรีมมิ่งในฟิตเนส มีประโยชน์

ใครที่เคยเข้าฟิตเนส อาจเคยเห็น หรือเคยใช้บริการห้องซาวน่า หรือสตรีมมิ่ง (ห้องอบไอน้ำ) บางคนชอบใช้บริการห้องเหล่านี้ แต่บางคนก็ไม่เคยใช้เลย และไม่รู้ว่าห้องเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อการออกกำลังกายอย่างไร จริงๆ แล้วการระบายเหงื่อออกมาทางผิวหนังหลังออกกำลังกายก็ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้เพิ่มเช่นเดียวกัน แต่อย่าลืมว่าต้องออกกำลังกายก่อนอย่างน้อย 30 นาที ก่อนเข้าห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ มิเช่นนั้นเหงื่อที่ออกมาจากรูขุมขนก็จะเป็นเหงื่อที่เต็มไปด้วยเกลือแร่เท่านั้น ไม่ได้มีส่วนช่วยในการลดไขมันแต่อย่างใด

ยาลดไขมันในเลือด จำเป็นแค่ไหน?

ผู้ช่วยอาจารย์ ภญ. วิภารักษ์ บุญมาก ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ยาลดไขมันมีหลายชนิด เช่น atorvastatin (อะทอร์วาสะแตติน), fluvastatin (ฟลูวาสะแตติน), pitavastatin (พิทาวาสะแตติน), pravastatin (พราวาสะแตติน), rosuvastatin (โรซูวาสะแตติน) และ simvastatin (ซิมวาสะแตติน) ซึ่งมีชื่อการค้าต่างๆ กันไป ยาแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันในแง่ของประสิทธิภาพในการลด LDL, cholesterol ระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของยา วิธีการในการทำลายและขับยาออกจากร่างกาย รวมถึงความมากน้อยของการเกิดผลข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างยา จึงเป็นข้อดีที่แพทย์ผู้ใช้ยาสามารถเลือกยาได้อย่างหลากหลายตามลักษณะและปัญหาของผู้ป่วยแต่ละราย

อย่างไรก็ตาม หลายคนใช้วิธีลัดโดยการทานยาลดไขมันในเลือดโดยตรง หากแอบซื้อยาลดไขมันในเลือดมาทานโดยไม่อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะกลุ่มยาลดไขมันมีฤทธิ์เพิ่มเติมอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากการลดไขมัน เช่น ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ หากทานยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร ผลข้างเคียงของยาลดไขมันอาจทำร้ายร่างกายได้โดยไม่รู้ตัว หรือหากทานยาลดไขมันควบคู่ไปกับยา หรืออาหารเสริมตัวอื่นๆ อาจทำให้ยาลดไขมันไม่ได้ผล หรือส่งผลข้างเคียงอื่นๆ ต่อร่างกายได้เช่นกัน